ก็เป็นกิจกรรมที่ทางโรงเรียนนายเรืออากาศจัดให้หลังจากที่จะหมดการเรียนการสอนในภาคเรียนแรกนะคับ ก็มีการแข่งขันจรวดขวดน้ำคับผม วิธีทำหรอ ไม่ยากหรอก ก็แค่นั่ง แล้วก็อ่านหนังสือนอกเวลา รอไปสักพัก ก็จะมีจรวดขวดน้ำมาตั้งไว้บนโต๊ะ  แล้วผมก็คอยบอกว่า เห้ย..ปีกมันใหญ่ไป ตัดออกหน่อย  ปีกมันต้องแน่นกว่านี้ ใส่ดินน้ำมันที่หัวอีกนิด จะได้หนักขึ้น เพียงเท่านี้คับ เสด ...55+

        สรุปคือ ไม่ได้เป็นคนทำ อิอิ  ก็เป็นคนวิจารย์ อ้าวเราใช้หัวทำน้า ไม่ได้ลงมือปฏิบัติ ไม่หรอก ก็ช่วยนิดนึงตัดปีกอ่า ก็จรวดขวดน้ำ ถ้าหากไม่มีปีก หรือที่เค้าเรียกกันจิงๆๆนะ คือฟิน ตัวที่เหมือนเป็นตัวทรงจรวดอ่าคับ ตรงนี้คือใจความสำคัญเล้ย และผมก็เป็นผู้ออกแบบ เก่งปะหละ อาจารย์เค้าจะให้ขวดน้ำเป๊ปซี่กะโค๊กมา อย่างละขวดเป็นขวดพลาสติกนะคับ 1.25 ลิตรมั้ง แต่เหงบอกว่าปีที่แล้วเป็น 1.5 ลิตร ก็ขวดนึงที่อันใหญ่น่าจะเป็นขวดโค๊กนะที่ใหญ๋ ตัดเอาแต่หัวมันอ่า แล้วมาเสียบกับก้นของขวดที่อันเล็ก ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นขวดเป๊ปซี่ ก็เป็นคนทำไง ถึงได้จำไม่ผิด 55+

      แล้วก็ใช้กาวทา แต่ตี๋ใช้เทปใสแปะม้วนรอบๆๆ ให้แข็งแรง แล้วก็ที่หัวมันก็ใช้ดินน้ำมันถ่วงไว้นิดนึง และแล้วตี๋ก็นั่งดูเพื่อนแปะฟิน หรือปีก แล้วก็มีหน้าที่บ่น หรือวิจารย์ในศัพย์ผู้ดีเค้าใช้กัน ว่ามันเบี้ยว สูงไป 555+ จนสุดท้ายนักวิจารย์ต้องมาทำเอง อ้าวโชว์ฝีมืออ่า และแล้วก็เสด

      วันนั้นก็มีการเอาไปซ้อมยิงที่สนามรักบี้ อยู่ด้านท้ายของ รร ติดกับกำแพง ก่อนจะถึงกำแพงจะมีคูน้ำ ซึ่งมันมีรอบ รร เลย ผลการยิงหรอ ก็ยิงกลุ่มแรกเล้ย ไม่อยากจะอวด ว่าเกือบออกกำเพลง ตกคูน้ำคับผม ไกลมาก ไกลที่สูดดดด  ไม่ไกล่ได้ไง ใครเป็นคนทำ คิดสิ 55+  เริ่มเพ้อละเรา

    มาถึงวันแข่งจริง ก็ให้ทำจรวด 2 ลำคับผม อีกลำ นึงเพื่อนเป็นคนทำทั้งหมด ไอ้เรานอน รอคับ ไม่ทำไร

 ก็ผลการแข่งหรอ ไม่อยากจะอวดคับ ไกลที่สุดก็ว่าได้แต่ลมมันแรกคับผม เลยออกไปนอกเส้นทาง มันเบี้ยวไปหน่อยเลยไม่ได้ระยะการกระจัด แบบว่าเค้าวัดแนวตรงอ่าคับ ถ้าวัดตามระยะทางน้า ที่หนึ่ง่ชัวร์ ไม่เป็นไร ได้มาที่ 2 คับ ปรบมือหน่อย  55+ ไกล 149. จุดไรไม่รู้ลืมละ  ห้าห้า คือว่าขี้แพ้แล้วไม่ยอมอ่า ไปเถียงอาจารย์ว่าเราไกลที่สุด สุดท้ายก็แพ้เช่นเคย กติกาคือกติกาคับผม แต่ก็ได้เงินรางวัลนะคับ 1500 บาทเยอะปะหละ ไม่ได้ลงทุนไรเล้ย ถือว่าคุ้ม แต่ถ้าให้ดี 2500 ดีกว่าเนาะ อิอิ

พอถึงวันแม่ 12 สิงหาของทุกปี ทุกคนก็จะคิดถึงแม่ กลับไปหาแม่ กลับไปกอดไปจูบแม่ ไปบอกรักแม่ แต่ไม่ใช่แค่วันนนี้วันเดียวนะ ควรจะเป็นทุกๆวัน เพียงแค่ เป็นวันที่ระลึกถึงพระคุณแม่นะจ๊ะ

สำหรับนายเรืออากาศ และก็นายร้อยทั้งสี่เหล่าเลย รวมไปถึง พยาบาลทหาร และน้องเตรียมทหาร ก็มีความรู้สึกอย่างนี้เช่นกัน ก็วันแม่ก็เป็นวันหยุด อยากกลับ อยากมีอิสระ ไปหาแม่ แต่ก็ทำมะได้

 อาจจะส่งสัยว่าทำไม ก็บ้านก็มีหนิ ทำไมไม่ไป ใครมัดขาไว้ ห้าห้า ไม่หรอก หน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ที่จะทำถวายแด่พระราชินี ของพวกเรามันยิ่งใหญ่นะ หากใครได้ดูข่าวก็จะเห็นวันที่ถ่ายทอดตอนจัดเทียนชัยถวายพระพรที่ท้องสนามหลวงเห็นพวกเรานายร้อยแต่งชุดขาวใหญ่ ห้อยกระบี่ นั่นแหละ หน้าที่ของเรา 

ตั้งแต่วันที่ 11 และ 12 จะต้องมีตัวแทน ไปร่วมงานที่ท้องสนามหลวง ทำกิจกรรมต่างๆ เข้าแถว เดินขบวน ถือธง ถือพานพุ่ม และอีกมากมาย ภายในงานก็มีทั้งเหล่าพลเรือน ตัวแทนภาครัฐ ตัวแทนอะไรต่อมิอะไร ยังมีัตัวแทนหมู่บ้าน เฮ่อๆๆ เยอะมากที่เข้ามามอบพานพุ่ม และต้นไม้เงินทอง แด่แม่ของเรา เยอะจนยืนรอเมื่อยอ่า ก็ตี๋ยืนถือธงในแถวตรงหน้าเวที นานหลายชั่วโมงมาก บอกตรงๆว่า เมื่อยและน่าเบื่อ  เหมือนมาบ่นให้ฟังเลยเนาะ

ในทางกลับกัน ขณะที่เราเดินแถว หรือไปไหนในบริเวณนั้น ทุกสายตา ของชาวบ้าน หรือผู้คนที่เดินทางมาทั่วสารทิศ ที่พร้อมใจกันใส่เสื้อเหลือง เอ๊ย ผิดงาน ใส่เสื้อฟ้าดิ ทั้งเด็ก แก่ผู้ใหญ่ บ้างก็นั่ง บ้างก็ยืน บ้างก็เดิน เต็มไปหมดเหมือนจะกินอาณาเขตหลายกิโลเลยอ่า แบบสีฟ้าเกลื่อน ไม่ใ่ช่ม๊อบกลุ่มใหม่นะ แต่เป็นการแสดงถึงความรักในแม่ของเราครับผม 

จิงๆ ผมเดินทางมาจาก รร นายเรืออากาศตอนบ่ายๆ มาถึงที่สนามหลวงก็บ่ายสามกว่า ใช้เวลาในการเดินทางก็สองชั่วโมงนะ ปกติกไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงละ แต่รถมันติดอ่า ติดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่รู้จาหาคำไรมาบรรยายอิอิ มาถึงก็ยืนรอ เตรียมเดินแถว เดินขบวนเข้าสนามหลวง ตอนแรกเค้าบอกสามโมงจาต้องเดิน  ไอ้เราก็ยืนรอ ไม่ได้ไปไหนเล้ย หิวก็หิว แบบร้อนอ่า อากาศร้อนมาก  หน้าที่ของตี๋ก็คือ ถือธงสีฟ้า สัญลักษณ์ของพระราชินีครับ แถวก็แบ่งเป็นเหล่าๆอ่า ถือธงฟ้า กะ ธงชาติ นี่คือขบวนแรกนะ ซึ่งต่อจากวงโย  ต่อจากขบวนธงของตี๋แล้ว ขบวนต่อไปเป็นขบวนที่น่าอิจฉามากที่สู๊ดดด เพราะ เอาหัวหน้านักเรียนนายร้อยทั้งสี่เหล่า มาถืิอพานพุ่งเงินทอง ต้นเงินทอง คู่กะสาว ที่ถือว่าสวยที่สุดในประเทศ ให้ทายใครเอ่ย ติ๊กต๊อกๆๆๆๆ

มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สครับ แต่น้องไข่มุขมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สไม่ได้มา มาแต่รอง แค่รองก็สวยแล้ว อิอิ อิจฉาอ่าพี่หัวหน้านักเรียน แต่ละคนก็หน้าตาหล่อๆๆทั้งนั้น อ้าวก็คัดไง คัดหน้าตา คัดความเป็นผู้นำ คัดความเก่งถึงจาเป็นได้น้า อิอิ  ผ่านไปขบวนต่อไปก็เป็นขบวนของนายร้อยทั้งสี่เหล่าอีกแหละ แต่ เดินเฉยๆ ชิวมะ ไอ้เราแบกธง แต่ไม่หนักหรอก บ่นไปงั้นแหละ ไม่ต้องอธิบายขบวนนี้ละกัน 

 ต่อไปก็เป็นขบวนพลเรือน ตัวแทนองค์กร ภาครัฐ ชาวบ้าน และอะไรอีกมากมาย เยอะจริงๆ พอเดินผ่านผู้คนสองข้างทางตี๋ก็แอบเหลี่ยวไปมองบ้าง ก็เหงเค้าถ่ายรูปกันใหญ่ คงจาสวยนะ แถวทหาร เท้าพร้อม ดูดี เท่ห์ไ้ด้อีก อันนี้พูดเองนะ ห้าห้า

พอเข้าไปถึงสนามหลวงก็มีเวทีหลัก มีนักเรียนนายร้อยยืนเป็นแถว เรียงกันบนเวที เหมือนเป็นแบล็กกราวด์อ่า เพราะตรงกลางก็คือพระฉายาลักษณ์ ของพระราชินีต่อจากนั้นก็ เป็นการถวายพาน อย่างที่ว่าอ่า นานมาก นานๆๆๆๆๆ และก็นาน ตี๋ก็ยืนคุยกะเพื่อนๆๆไปเรื่อยๆ เพราะแถวตี๋เป็นแถวธง ธงมันบังอ่า เลยถือโอกาศไม่เรียบร้อยอ่า อิอิ ไม่ดีน้าค้าบบ แต่ทำไปแล้วพอเสดปุ๊ป

นายกมาครับผม มาเปิดงาน พึี่งจาเห็นท่านนายกอภิสิทธิ์ ตัวจริงครั้งนี้แหละ ก็หล่อตามที่เห็นในทีวีแหละ มาถึงก็มีการกล่าวรายงาน และก็ปิดด้วยคำกล่าวของนายก พอเสดปุ๊ป

ถึงเวลาแล้ว ทางงานเริ่มปิดไฟ และก็เริ่มมีแสงไฟจากเทียนสีผ้า ที่ประดับด้วยดอกดาวเรือง ทำการจุดเทียน ต่อกันไปเรื่อยๆๆ จนเต็มท้องสนามหลวง  มีคนบอกให้ชูเทียนขึ้นมา และก็ร้องเพลงสดุดีมหาราชา แล้วก็ไชโยๆๆๆ ทรงพระเจริญๆๆๆๆ

พลุครับ พลุสีสันสดใสมากมาย พุ่งขึ้นไปสู่บนท้องฟ้า แบ่งเป็นชุดๆ มีชื่ออ่า ไม่เข้าใจว่าใช้อะไรในการบอกชื่ออ่า บ้างก็บอกว่า เช่น ชุดเทอดไท้ สดุดีพระแม่เจ้า ไรงี้อ่า พอจุดไปสักพัก ก็บอกว่า ชุดพระเมตตา แผ่ประชาราษฏร ไรงี้อ่า เลยถามเพื่อนว่า เค้ารู้ได้ไง ว่าเป็นชุดไหน มั่วป้าวว้า ห้าห้า 

เด็กน้อยขี้สงสัย สรุปคือ เดาเอานะ เค้าน่าจะจับเวลา เอา หนึ่งนาที ผ่านไปก็พูดชุดขึ้นมา เรื่อยๆๆ ห้าห้า นี่คือความคิดโง่ๆๆ ของผมนะ ใครให้เหตุผลได้ปะ แต่มันน่าจะ วิเคราะห์จากสี การแตกของพลุ มาเป็นส่วนตัดสินอ่า คิดงี้นะ ใครรู้บอกด้วยละกัน

เสดก็แยกย้ายกลับครับผม มาเจอรถติดอีกแล้วครับผม ติดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ยิ่งกว่าติดอีกอ่า เห็นเพื่อนมันบ่น กูนอนหลับไป ตอนก่อนหลับอยู่ตรงเซเว่น พอตื่นขึ้นมาอีกที ก็ยังอยู่ตรงเซเว่น ห้าห้า มันแปลว่าไรครับ เต่าแซงไปแล้วครับ อิอิ  ก็แหงหละ แต่ก็สงสัยอีกแหละ ว่าชาวบ้านที่อยู่เต็มสองข้างทาง เค้าจากลับไงเี่นี่ย เห็นชูป้ายบอกตำแหนง ตำบลที่มา เพื่อให้รถมาจอดมั้งนะ แ้ล้วคนอยูไกลๆ เค้าจะกลับถึงบ้านกี่โมงเนี่ย เช้าเลยปะ 

แต่ก็น่าภูมิใจนะ ที่ได้ทำตรงนี้ ถึงแม้ว่าจะบ่นๆๆ แต่ก็มีคนน้อยคนนักที่ได้มีโอกาสทำอย่างนี้ครับ รักแม่ของเราครับ

edit @ 15 Aug 2009 18:07:48 by TeeKai^_^

และแล้วก็บรรลุเป้าหมายจนได้ ไม่ตกรอบแลกอีกแล้ว อิอิ

 มาแข่งดาบสากลที่ธรรมศาสตร์ รังสิตอ่า ยิม 5 ครับผม

 ไม่เคยมาที่นี่เล้ย ใหญ่อ่า มหาลัยนี่ แต่รู้สึกว่าจะล้างๆ อ่าไม่ค่อยมีคนเดินไปเดินมาเลย หรือว่ืาเป็นวันเสาร์นะ

ก็เข้าไปสุดมหาลัยเลย กว่าจะหายิมห้าเจอ เฮ่อ ไกลมาก

มาถึงก็ เหมือนกัับวอร์มเครื่องแล้วเลยอ่า แอร์ เค้าก็ไม่ยอมเปิด ร้อนมาก เหงื่อนี่ไหลโชกๆ เลยอ่า

วันนี้ก็มีคนแข่ง 74 คนอ่า ดาบเอเป้นะ รอบแรกจะเป็นรอบคัดเลือก แบ่งเป็นสายๆๆ กลุ่มๆๆ กลุ่มละ 5 - 6คน แข่งเจอกันหมดอ่า แล้วก็มาเรียงลำดับ เอา 64 คนมาเจอกันเป็นรอบน๊อกเอ็าท์ 

เหนือคาดครับ ครั้งที่แล้วแข่งที่แฟชั่น ตกรอบแรกครับ ไม่ผ่านรอบคัดเลือก ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สอง ก็หวังไว้อย่างยิ่งว่า จะผ่านรอบคัดเลือกให้ได้ 

 และแล้วก็ทำได้ครับ ชนะมาสองคน เค้าเรียกว่า ได้มา 2 V ผ่านมาเป็นอันดับ 41 ครับผม อิอิ ภูมิใจ และมาต่อกันที่รอบ 64 คนจับเป็นคู่ๆ เพื่อคัดให้เหลือ 32 คน เจอกะคนที่เค้าเก่งกว่าอ่า  

 แต่ตอนแรกๆ ก็แต้มสูสีนะ แต่หลังๆ หลุดอ่า แต้มเค้าไหลไปอ่า งี้แหละประสบการณ์เค้าดีกว่าแยะ แบบตกใจอ่า เวลาที่เค้าพุ่งมาแทง มือใหม่คับไม่ว่ากัน ก็นะ ถือว่าคอ่ยเอาใหม่ในการแข่งครั้งต่อไป

 ต่อไปก็จะทำให้ดีกว่านี้อ่า ต้องพร้อมกว่านี้ ซ็อมให้หนักกว่านี้ เป็นกะลังใจให้ด้วยละกัน